สำนักพุทธ-กองบาลี ติวเข้มครูบาลีเปรียญตรี
เชียนโดย webmaster เมื่อ July 25 2010 23:12:40
สมเด็จ พระมหารัชมังคลาจารย์ แม่กองบาลีสนามหลวง เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมอบรมเข้มครูสอนพระปริยัติธรรมแผนกบาลีเปรียญ ตรี ณ ศาลาสตมานุสรณ์ (ศาลาเรือน ไทย) วัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 17-24 กรกฎาคม 2553 ที่ผ่านมา

ข่าวเพิ่มเติม


สำนักพุทธ-กองบาลี ติวเข้มครูบาลีเปรียญตรี





สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ แม่กองบาลีสนามหลวง เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมอบรมเข้มครูสอนพระปริยัติธรรมแผนกบาลีเปรียญตรี ณ ศาลาสตมานุสรณ์ (ศาลาเรือน ไทย) วัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 17-24 กรกฎาคม 2553 ที่ผ่านมา

ในการนี้ นายพนม ศรศิลป์ ผอ.กองพุทธศาสนศึกษา กล่าวถวายรายงานว่า โดยที่สนามหลวงแผนกบาลีร่วมกับกองพุทธศาสนศึกษา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้มีความเห็นร่วมกันในการพัฒนาการศาสนศึกษาให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้นไปโดยพิจารณาเห็นว่า การพัฒนาส่วนอื่นใดที่จะพึงมี ควรเริ่มต้นที่บุคลากรก่อน และบุคลากรนี้แลเป็นทรัพยากรอันสำคัญที่จะช่วยให้การพัฒนาส่วนต่างๆ ประสบความสำเร็จได้ ในทางการศึกษาครูเป็นทรัพยากรบุคคลที่สำคัญในการจรรโลงพระศาสนา

ถ้าครูได้รับการยกย่อง ฝึกฝน อบรมเพิ่มคุณภาพ สร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ให้สูงส่งยิ่งขึ้นไปแล้ว ก็จะช่วยให้งานวางราก ฐานความมั่นคงของพระพุทธศาสนาสามารถดำเนินไปได้ด้วยดี เพราะครูเป็นต้นแบบและเป็นผู้ชี้นำในการจัดวางระบบความคิด วิธีคิด หลักธรรมและวัตรปฏิบัติในทางพระพุทธศานา ถ้าครูมีความแกร่งกล้าในวิชาการ ดำรงตนอยู่ในฐานแห่งกัลยาณมิตรของศิษย์แล้ว ย่อมจะนำพาให้ศิษย์ คือ พระภิกษุ-สามเณรได้เรียนรู้ในหลักธรรมคำสอนอย่างชัดเจน ซึมซับเอาปฏิปทาอันควรแก่การเคารพยกย่อง เป็นเนตติแห่งตน

1.สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์

2.พนม ศรศิลป์



ซึ่งเป็นแบบอย่างอันดีที่ควรกำหนดและจดจำเป็นหลักปฏิบัติประจำชีวิต ย่อมจะส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นและความมั่นคงแห่งพระศาสนาโดยภาพรวม

ดังนั้น จึงได้จัดโครงการอบรมเข้มครูสอนพระปริยัติธรรม แผนกบาลีชั้นเปรียญตรี คือชั้นบาลีไวยากรณ์ ชั้นประโยค 1-2 และชั้นประโยค ป.ธ.3 เพื่อพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา เพิ่มประสิทธิภาพของครูผู้สอนให้มีความเข้มข้นในด้านวิชาการและวิธีการสอนโดยยิ่งขึ้นไป ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องจากโครงการอบรมครูสอนพระปริยัติธรรมแผนกบาลีอันเป็นการหล่อหลอมและสร้างความเป็นเอกภาพทางการศึกษาและได้ขึ้นบัญชีไว้เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมแผนกบาลีก่อนหน้านี้แล้ว

ในเบื้องต้นนี้ ได้นิมนต์ครูสอนพระปริยัติธรรม แผนกบาลี ชั้นเปรียญตรีจากสำนักเรียน/ สำนักศาสนศึกษาดีเด่น 50 สำนัก สำนักละ 1 รูป เข้าประชุมอบรมและกองพุทธศาสนศึกษาได้นิมนต์ครูสอนพระปริยัติธรรมวิชาบาลีจากโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาอีก 50 รูป รวมทั้งสองหน่วยงานเป็นจำนวน 100 รูป มาเข้าประชุมอบรมร่วมกัน

ปัจจุบัน กองพุทธศาสนศึกษาได้ปรับหลักสูตรการเรียนการสอนวิชาบาลี ในโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาให้สอดคล้องกับหลักสูตรของสนามหลวง แผนกบาลี เพื่อเป็นการสร้างเอกภาพทางการศึกษาและพัฒนาบุคลากรให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน คือ รับใช้สนองงานพระศาสนาร่วมกัน โดยมีความตั้งใจว่า จะดำเนินการตามโครงการนี้อย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาบุคลากรทางการศึกษา มุ่งเน้นชั้นเปรียญตรี อันเป็นการวางรากฐานเป็นเบื้องต้นก่อนแล้วจึงจะขยายไปในชั้นอื่นๆ ต่อไป

ในการประชุมอบรมครั้งนี้ เป็นการอบรมเข้ม มุ่งเน้นเนื้อหาวิชาในหลักสูตร และวิธีการสอน ได้รับความเมตตาอนุเคราะห์จากพระเถรานุเถระผู้เชี่ยวชาญในแต่ละสาขาวิชามาเป็นวิทยากรบรรยายถวายความรู้ มีทั้งการอบรมตามลำดับรายวิชาและการบรรยายพิเศษอันเป็นการประมวลหลักสูตรและวิธีการสอน ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างสำคัญในการจัดการเรียนการสอน

ต่อมา สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กล่าวสัมโมทนียกถาพอสรุปได้ว่า เชื่อว่าทุกท่านเห็นอยู่แล้ว ครูนั้นเป็นบุคคลที่มีความสำคัญมาก เพราะครูนั้นจะต้องประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้กับนักเรียน เราจะต้องมีความรู้ก่อน เมื่อมาประชุมแล้วคณะวิทยากรก็จะได้มาถวายความรู้ให้กับท่านทั้งหลาย

"ครูนั้นเป็นบุคคลสำคัญ เป็นแบบอย่าง เป็นตัวอย่างที่จะต้องประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ ครูต้องมีความพร้อม ครูต้องมีการ เตรียมการเรียนการสอนก่อนที่จะลงมือสอน"





หนังสือพิมพ์ ข่าวสด>>http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROaWRXUXdNVEkyTURjMU13PT0=§ionid=TURNd053PT0=&day=TWpBeE1DMHdOeTB5Tmc9PQ==